นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ควายลุงคำ

ลุงคำอยู่บ้านนอก ไม่เคยไปติดต่อธุระการงานกับทางอำเภอเลย ดังนั้นเรื่องราวหรือวิธีปฏิบัติที่ทางอำเภอได้กระทำไปอย่างไรแกจึงไม่เข้า ใจ แต่แก่เป็นคนที่สนใจ เอาใจใส่สอบถามเขาอยู่เสมอ

ครั้งหนึ่ง ลุงคำมีกิจธุระจะเป็นต้องไปติดต่อกับทางอำเภอ เนื่องจากแกมีควายสองตัว เมื่อควายโตแล้วจะต้องนำไปทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณ เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ

แกตื่นแต่เช้า ห่อข้าวและจูงควายทั้งสองไปยังที่ทำการอำเภอ เพราะกรนำควายไปแต่เช้าความไม่เหนื่อย ควายทั้งคู่นี้ ตัวหนึ่งเขาบี้ ( คือเขาเกกเกตกลงข้างล่าง ) เป็นตัวผู้ อีกตัวหนึ่งเป็นตัวเมีย เขากิ ( เขาสั้นไม่โง้ง )

เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ทางอำเภอก็มาตรวจขวัญและกรอกลงในแบบพิมพ์ เสร็จแล้วจึงมอบตัวพิมพ์รูปพรรณนั้นให้แก่ลุงคำไป ลุงคำรับตั๋วพิมพ์มายืนอ่านดูหลายเที่ยว

ป้ามาเมียลุงคำยืนดูอยู่จึงขอดูตั๋วพิมพ์นั้นบ้าง พอดูรูปในตั๋วพิมพ์กับดูควายของแกแล้ว ป้ามาร้องออกมาดัง ๆ ว่า Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ผาวิ่งชู้

นิทานล้านนา เรื่อง ผาวิ่งชู้

นานมาแล้ว มีเจ้าหญิงไตองค์หนึ่ง ( ไต – ไทย ) เมื่อเติบโตเป็นสาวก็ไปหลงรักกับชายหนุ่ม คนหนึ่ง ชายหนุ่มก็หลงรักเจ้าหญิงมาก ทั้งสองมีความรักซึ่งกันและกันอย่างแน่นแฟ้น แต่เพราะความแตกต่างกันในเรื่องฐานะ ศักดิ์ ตระกูล ความรักของเขาทั้งสองจึงมีอุปสรรค มันเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงยากที่จะฟันฝ่าไปให้ถึงจุดหมายได้ ในเมื่อกำเนิดของเขาต่างกันราวฟ้ากับกิน

ชายหนุ่มเป็นลูกชายของมหาอำมาตย์ท่านหนึ่ง ความรักของคนทั้งสองก็ต้องถูกกีดขวางไม่ให้ติดต่อกัน แต่ความรักคือความรักที่รุนแรง ไม่มีกำแพงใด ๆ จะสูงเกินไปกว่าความรักเหมือนโรเมโอกล่าวว่า Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง อ้ายก้องขี้จุ๊

  …นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง อ้ายก้องขี้จุ๊

 

ใครๆในเวลานั้นก็รู้กันว่าอ้ายก้องเป็นคนขี้จุ๊ ( มักกล่าวเท็จ ) จุ๊ไม่เลือกว่าเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นธุเจ้า ( พระสงฆ์ ) หรือเป็นพระยาเจ้าเมือง

 

เรื่องที่ก้องหลอกพ่อแม่ มีเรื่องเล่าดังนี้

 

วันหนึ่งก้องลาพ่อแม่ไปเที่ยวที่ไกล หายหน้าไปหลายวัน พอกลับมาก็เล่าให้พ่อแม่ฟังว่าที่ไปเที่ยวมานั้นม่วน ( สนุก ) มาก ค้าขายก็ดี พ่อค้าวัวต่างวัวหลัง ( ขายดี ของที่บรรทุกหลังวัวมาหมดเกลี้ยง ) ทำให้ก้องอยากเป็นพ่อค้าวัวต่างบ้าง ขอให้พ่อช่วยซื้อวัว ซื้อสินค้าให้ แล้วชวนพ่อไปค้ากับตนที่เมืองนั้น พ่อเองทั้งนึกกลัวว่าก้องจะจุ๊เอาอีกอย่างที่แล้ว ๆ มา แต่ก้องก็ยืนยันว่าคราวนี้จะไม่จุ๊แน่นอน ทั้งพ่อก็กำกับไปเองด้วย ไม่ต้องกลัวว่าก้องจะทำเหลวไหลให้เสียเงินเสียทอง พ่อแม่จึงยอมตกลงซื้อวัว ซื้อของบรรทุกไปค้าขายกับก้อง

 

เมืองที่ว่าค้าขายดีนั้นดีจริงเหมือนก้องพูด Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง พี่น้องสองชาย

  …นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

นิทานพื้นบ้าน

 

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง พี่น้องสองชาย

นานมาแล้วมีบ้านหลังหนึ่งชื่อว่า บ้านหนามเกตแก้ว มีพี่น้องสองชาย พ่อแม่ตายแล้ว พี่ชายมีโชคลาภวาสนาดี มีอาชีพเป็นช่างทำทอง ไปได้เมียที่ร่ำรวย ส่วนน้องไม่ค่อยจะมีปัญญา แต่ชื่อสัตย์ ไม่คดโกงไม่โกหกตอแหลผู้ใด ฝ่ายพี่ชายมีเล่ห์เหลี่ยมในการทำทอง น้องมีอาชีพทำไม้กวาดขาย

 

อยู่มาวันหนึ่งน้องเข้าป่าไปตัดต้นจากมาทำไม้กวาดขาย ขณะที่เดินตามทางก็เงยหน้าขึ้นไปทางเหนือ ไปเจอะเอานกแขกเต้าตัวหนึ่งขนดกเขียวสวยงามดี จึงหยิบก้อนหินได้ลองขว้างนกตัวนั้นพอดีขว้างไปถูกปีกนก ขนนกก็ร่วงลงมาอันหนึ่งแล้วนกก็บินหนีไป ขนนกสวยเหลือเกินเขาคิดว่าน่าจะเป็นนกวิเศษจึงเก็บขนนกนั้นมา ถึงบ้านเอาไปอวดให้พี่ชายดู พี่ชายก็รู้ในทันใดนั้นว่าขนนกนั้นเป็นเนื้อทองเพราะเขาเป็นช่างทอง เอาขนนกมาหลอมได้ทองคำบริสุทธิ์ชนิดนิดหนึ่ง พี่ชายก็สั่งว่า Continue reading

นิทานล้านนา เรื่อง เชียงดาว

ในอดีตกาลมีนครแห่งหนึ่งนามว่า นครพะเยา กษัตริย์ผู้ครองนครมีราชธิดา ๖ องค์ และมีโอรสเป็นองค์สุดท้าย นามว่า เจ้าคำแดง อายุ ๑๖ ชันษา ราชธิดาทุกองค์สมรสหมดแล้วกับเจ้าเมืองต่าง ๆ สำหรับเจ้าคำแดงเป็นผู้กล้าหาญ เข้มแข็งในการสงครามยิ่งนัก ทรงโปรดการออกป่าล่าสัตว์อยู่เสมอ ๆ

ครั้นหนึ่งมีกองทัพฮ่อยมาล้อมนครพะเยา พระราชาทรงเรียกเขยทั้ง ๖ องค์มาถามว่า ‘’ ศึกครั้งนี้ใครจะเป็นผู้อาสาออกไปปราบปราม ‘’ เขยทั้ง ๖ นิ่ง ไม่มีใครกล้าอาสา เพราะทราบว่าศัตรูมีกำลังมากมายและเข้มแข็งยิ่งนัก ดังนั้น พระราชาจึงตรัสเรียกเจ้าคำแดงออกมา เมื่อเจ้าคำแดงทราบเรื่องจึงรับอาสาออกปราบเอง พร้อมด้วยไพร่พลหนึ่งหมื่น Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง แก้พิษตามราศี

…นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง แก้พิษตามราศี

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีลูกเศรษฐีคนหนึ่ง ชอบเดินทางไปค้าขายต่างบ้านต่างเมืองอยู่ไม่ขาดวันหนึ่งไปค้าดังเช่นเคย พร้อมกับบ่าวไพร่หลายคน แต่คราวนี้เคราะห์ร้าย ถูกโจรดักปล้นกลางทางต้องหนีเอาตัวรอด เสียผู้คนข้าวของทั้งหมด พลัดไปแต่ลำพังกับบ่าวที่ติดหน้าตามหลังคนหนึ่งเท่านั้น

สองคนนายบ่าวเดินเซซังไปจนค่ำก็ถึงเมืองแห่งหนึ่ง แต่เข้าพักในเมืองไม่ได้ เพราะประตูเมืองปิดเสียแล้ว จึงต้องอาศัยพักแรมอยู่ที่ศาลานอกเมือง ก่อนนอนนายบ่าวก็สนทนากัน บ่าวขอให้ลูกเศรษฐีเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ชาติ ต่าง ๆ ให้ฟัง ลูกเศรษฐีที่เป็นนายก็รับคำ แล้วให้บ่าวว่า Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง สามสหายไปเรียนวิชา

…นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง สามสหายไปเรียนวิชา

 

ยังมีสหายสามคนถูกเพื่อนเยาะเย้ยอยู่เสมอว่าโง่ ไม่มีปัญญาทันคนอื่น นึกขัดใจใคร่จะไปเล่าเรียนหาความรู้ให้มีปัญญาหายโง่ จึงชักชวนกันไปเรียนวิชาที่เมืองตักศิลา ต้องมีคำ ( ทอง ) ติดตัวไปคนละพัน

พอถึงเวลาออกเดินทางไป สามสหายต่างกลัวว่าใครเดินหน้าก็จะไปถึงตัว อาจารย์ก่อน ก็จะเอาวิชาจากอาจารย์เสียหมดคนเดียว ไม่มีอะไรเหลือมาถึงคนที่เดินตามมาข้างหลังอีก ๒ คน จึงไม่ยอมให้ใครเดินขึ้นหน้าไปก่อน ต้องไปเอาไม้วามาปะอกเดินไปพร้อมกัน ทันกันทั้งสามคน ใครจะเดินล้ำหน้าใครขึ้นไปไม่ได้ ก็จะได้ถึงอาจารย์พร้อมกันและได้รับส่วนแบ่งวิชาเท่า ๆ กัน
สามสหายเดินทางมาเป็นหน้ากระดาน มีไม้วาปะอกมาอย่างนี้ พอค่ำก็ไปขอพักอาศัยนอนที่บ้านแห่งหนึ่ง เจ้าของบ้านเห็นชายสามคนเดินมาแปลกประหลาดกว่าธรรมดา นึกสงสัยจึงถามว่าเป็นใคร จะพากันไปไหน และเหตุใดจึงต้องมีไม้วาปะอกกันมาอย่างนั้น ชายทั้งสามก็เล่าให้เจ้าของบ้านฟังว่า ‘’ เราทั้งสามถูกเพื่อนฝูงหาว่าเป็นพวกโง่ จึงไปเรียนวิชาให้มีปัญญาที่เมืองตักศิลา เรามีคำมากันคนละพันจะไปบูชาอาจารย์ ที่เดินมาอย่างนี้เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้ใครเดินไปข้างหน้าคนนั้นจะถึง อาจารย์ก่อน จะเอาวิชาเสียหมดคนเดียว จึงต้องเอาไม้วาปะอกไว้ทำให้เดินไปถึงอาจารย์พร้อม ๆกัน ‘’ Continue reading

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ปู่อ้ายท้ายเลิ้ก

…นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ปู่อ้ายท้ายเลิ้ก

 

เจี้ย(นิทานสั้น ๆ)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนพื้นเมืองเชียงใหม่เล่ากันมาหลายชั่วคนแล้วเรื่อง มีอยู่ว่า ยังมีชายคนหนึ่งชื่อว่า ปู่อ้ายท้ายเลิ้ก รูปร่างสูงใหญ่มาก ส่วนลุ่ม ( ล่าง ) ตั้งแต่เอวลงไปถึงเท้ายาวมาก แต่ส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปถึงหัวสั้น จึงมีชื่อว่า ปู่อ้ายท้ายเลิ้ก แต่บางคนก็เรียกว่า ‘’ บ่าอ้ายโง้มฟ้า ‘’ เพราะเหตุว่ารูปร่างสูงมากเวลายืนคืบเดียวหัวจะถึงฟ้า ปู่อ้ายท้ายเลิ้กยังเป็นคนมีกำลังวังชาแข็งแรงสมกับรูปร่างสูงใหญ่ สามารถยกดอย ( ภูเขา ) หรือจะผลักดอยให้เคลื่อนไปมาก็ทำได้ด้วยกำลัง
ปู่อ้ายท้ายเลิ้กเที่ยวหากินอยู่หลายหัวเมือง อยู่มาวันหนึ่งไปดักไก่ที่เชียงรายเพราะเขาลือกันว่ามีไก่ป่าชุมนัก ก็เอากุ่มไก่ ( ที่ดักไก่ ) ไปคอยดักอยู่ที่นั่น จึงเรียกชื่อที่ตรงไปดักไก่ที่เชียงรายนั้นว่า ‘’ ดอยกุ่มไก่ ‘’ มาจนทุกวันนี้ ชาวเมืองเชียงรายโกรธที่ปู้อ้ายท้ายเลิ้กแอบไปดักไก่ถึงบ้านถึงเมืองของตน เอาไก่ไปหมด ก็จะเอาชีวิตเสียให้ได้ ปู่อ้ายท้ายเลิ้กจึงต้องหนีไปแอบหมอบอยู่ที่เมืองลี้ ที่จังหวัดลำพูนเดี่ยวนี้ ที่ต้องหมอบหนีก็เพราะว่าตัวสูง ยืนขึ้นเมื่อใดคนเห็นได้ชัด

ปู่อ้ายท้ายเลิ้กอยู่ไม่นานก็ต้องไปหากินอีก คราวนี้ไปจ่อม ( ตก ) เบ็ดขึ้นมา แต่สาวเบ็ดแรงเกินไป ปลาหลุดจากเบ็ดไปติดอยู่กับที่หน้าผาข้างฝั่งแม่ปิง ซึ่งเวลานี้เรียกว่า ‘’ ผาแมว ‘’ Continue reading